เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 14 กุมภาพันธ์ 2026 at 21:41.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,027
    ค่าพลัง:
    +26,857
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,027
    ค่าพลัง:
    +26,857
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปร่วมงานสอบบาลีสนามหลวงประจำปี ๒๕๖๙ ของคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เนื่องเพราะว่าคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรีจัดสอบแค่บาลีประโยคต่ำ ก็คือไม่เกินประโยค ๕

    เมื่อสองวันก่อนนั้นบาลีประโยค ๑ - ๒
    และประโยค ๔ สอบผ่านไปแล้ว วันนี้จึงเหลือบาลีประโยค ๓ รวมแล้วทั้งสิ้นแค่ ๑๙ รูปเท่านั้น สรุปว่าพระสังฆาธิการที่มาให้กำลังใจก็ดี ครูบาอาจารย์ที่มาคุมสอบก็ดี ตลอดจนกระทั่งท่านผู้นำประโยคก็ตาม เมื่อรวมตัวกันแล้วมากกว่าผู้เข้าสอบสักสามเท่าเห็นจะได้ กระผม/อาตมภาพยังปรารภขำ ๆ ว่า นี่ถ้าหากว่าพวกเราทุกคนนั่งล้อมผู้สอบไว้ตรงกลาง เขาคงเครียดตายเลย เนื่องเพราะว่าแม้แต่หายใจก็ยังยาก

    เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเปิด กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเดินทางเพื่อเตรียมตัวจะรับงานต่อไป ซึ่งก็คือการฝึกซ้อมอบรมเพื่อเข้าสอบพระอุปัชฌาย์ ของพระสังฆาธิการผู้ขอเข้าสอบในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ โดยที่วันนี้เป็นวันลงทะเบียนรับเข้าฝึกซ้อมอบรม และมีการเปิดปฐมนิเทศ ที่วัดบางช้างเหนือ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมงาน โดยเฉพาะพิธีเปิดในวันพรุ่งนี้และต้องไปมอบปัจจัยสนับสนุนงานอบรมให้กับเจ้าของสถานที่อีกตามเคย

    เรื่องพวกนี้นอกจากจะเป็นหน้าที่ของพระสังฆาธิการในเขตปกครองเดียวกันแล้ว ยังเป็นสิ่งที่กระผม/อาตมภาพเห็นว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ทำบุญใหญ่ เนื่องเพราะว่าการที่พระจำนวนมากมาอยู่รวมกันที่ใดที่หนึ่งนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าเราจะส่งข้าวของหรือน้ำท่าอะไรเข้าไปสักชิ้นสักอย่างก็กลายเป็นสังฆทานในทันที จึงควรที่จะเร่งทำในส่วนของบุญใหญ่นี้เอาไว้ ทุกท่านจึงมักจะเห็นว่า กระผม/อาตมภาพนั้นไม่เคยปฏิเสธงานเหล่านี้เลย เนื่องเพราะว่าฉวยโอกาสทำบุญไปในตัว แล้วในขณะเดียวกัน ก็ได้ทำหน้าที่ของพระสังฆาธิการอีกด้วย
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,027
    ค่าพลัง:
    +26,857
    เมื่อเดินทางถึงที่พักแล้ว ก็ต้องเร่งรีบขวนขวายนำเอาวัตถุมงคล ซึ่งไอ้ตัวเล็กเอาไปลงในกระทู้ร่วมบุญทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร ออกมาแยกแยะเพื่อเตรียมส่งมอบให้ แต่ว่าวันนี้อีกฝ่ายหนึ่งไปปฏิบัติหน้าที่อยู่จังหวัดสระบุรี ก็น่าจะได้พบเจอกันบ่ายหรือไม่ก็เย็นพรุ่งนี้

    แต่ว่าต้องเตรียมการให้เรียบร้อย เนื่องเพราะว่าวัตถุมงคลบางชิ้นก็ซ้ำกัน คำว่าซ้ำกันหมายถึงว่าเป็นรุ่นเดียวกัน ชนิดเดียวกัน ครูบาอาจารย์เดียวกัน ถ้าไม่แยกแยะให้ชัดเจน เดี๋ยวก็มีการส่งสลับกันไปอีก แล้วของบางอย่างถ้าสลับกันก็หาใหม่ไม่ได้เสียด้วย เกิดว่าผู้รับไปทำตัวเป็น "ขอมดำดิน" เก็บเงียบหน้าตาเฉย ทางเราก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนไปส่งมอบให้กับผู้จองตัวจริงเหมือนกัน..!

    งานนี้ทำให้ค้นเจอวัตถุมงคลหลายอย่าง ซึ่งโดยปกติแล้ว กระผม/อาตมภาพก็มักจะบรรจุใส่ลัง แล้วก็มีการแยกครูบาอาจารย์ แยกวัดอะไรไว้เป็นที่เรียบร้อย แต่ว่าพวกเราทั้งหลายก็มักจะแยกแยะไม่ออก จึงจำเป็นต้องมีรายละเอียดติดเอาไว้ เผื่อว่าปุบปับตนเองเป็นอะไรไป คนรุ่นหลังจะได้รู้ เนื่องเพราะว่าวัตถุมงคลบางอย่างนั้น ถ้าหากว่าไม่ใช่บุคคลในวงการจริง ๆ ก็จะแยกไม่ออก อย่างเช่นว่าพระเนื้อตะกั่วลบถมพิมพ์ปรุหนัง ของหลวงปู่เนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี ครูบาอาจารย์ใหญ่สายกรรมฐานของกระผม/อาตมภาพเอง

    ท่านอาจารย์ปู่ทวดส่วนใหญ่ก็นิยมสร้างวัตถุมงคลเป็นตะกั่วทุบลบถม เนื่องเพราะว่าสมัยก่อนนั้นยังไม่มีเครื่องรีดแผ่นโลหะเหมือนกับสมัยนี้ ดังนั้น..เมื่อได้ตะกั่วมาก็ต้องมาตีมาทุบแผ่ให้แบน เพื่อที่จะให้บางพอที่จะจารอักขระเลขยันต์ได้ เมื่อจารแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่สมแก่กำลังใจ ก็มีการลบแล้วจารซ้ำ อธิษฐานซ้ำ เขาใช้คำว่า "ลบถม" ก็แปลว่าผ่านการเสก การจาร การอธิษฐานจิต ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ที่ท่านทั้งหลายได้รู้จักนั้น กระผม/อาตมภาพอยากให้ทุกท่านสังเกตว่า ทำไมสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ท่านอาจารย์ปู่ทวดของเรา จึงมีชื่อเสียงเป็นอมตะเถราจารย์อันดับ ๑ ของประเทศไทย ? วัตถุมงคลของท่านได้รับการยกย่องเป็น "จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง" ก็คือพระสมเด็จวัดระฆัง

    หรือว่าท่านอาจารย์ปู่ทวด หลวงปู่เนียม วัดน้อย ทำไมแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปเนิ่นนานแล้ว เนื่องเพราะว่าเป็นลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่โต วัดระฆังโฆสิตาราม แต่ว่าทุกวันนี้ เขาก็ยังยกให้เป็นอมตะเถราจารย์ เป็นครูบาอาจารย์ใหญ่สายกรรมฐานของจังหวัดสุพรรณบุรี ?
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,027
    ค่าพลัง:
    +26,857
    ทำไมหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ท่านอาจารย์ปู่ ซึ่งสร้างวัตถุมงคลที่เรียกว่าพระขี่สัตว์ หรือว่าพระหกกษัตริย์ตามที่บางคนเรียก ถึงได้มีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นอมตะเถราจารย์ อยู่ในลักษณะที่ว่าวัตถุมงคลในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์โบราณก็ดี หรือว่าพิมพ์นิยมก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นที่เสาะแสวงหาอย่างยิ่ง ?

    หรือว่าหลวงปู่สด วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งท่านสร้างพระสมเด็จของขวัญองค์เล็ก ๆ แต่ว่าชื่อเสียงเกียรติคุณดังคับบ้านคับเมือง

    ถ้าท่านทั้งหลายไม่เข้าใจ กระผม/อาตมภาพจะเฉลยให้ฟังว่า เนื่องเพราะว่าครูบาอาจารย์เหล่านี้ ท่านสามารถที่จะติดต่อกับพระพุทธเจ้าโดยตรงได้ เมื่อถึงเวลาพระท่านสั่งอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งที่พระท่านสั่งให้ทำ จึงกลายเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับพลังจากพระท่านโดยตรง ย่อมทำให้เกิดคุณภาพในการปกป้องคุ้มครองชีวิต หรือว่าบันดาลโชคลาภต่าง ๆ ให้กับท่านได้ ตามแต่ที่พระท่านจะสงเคราะห์

    เหตุที่กระผม/อาตมภาพมากล่าวถึงตรงนี้ก็เพราะว่า บรรดา ๔ เสือเมืองสุพรรณนั้น สำหรับท่านอื่นไม่ว่าจะเป็นเสือดำ เสือใบ เสือมเหศวรนั้น บางท่านกระผม/อาตมภาพก็ไม่มีโอกาสได้เจอตัว แต่ว่ามีโอกาสได้คุยกับเสือฝ้ายเต็ม ๆ ถึง ๒ วาระด้วยกัน เพราะว่าท่านไปกราบหลวงพ่อฤๅษีฯ ที่วัดท่าซุง เพื่อขอร้องหลวงพ่อให้ไปเอาทองคำที่ตนเองปล้นทหารญี่ปุ่นแล้วเก็บซ่อนเอาไว้ แต่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านไม่สนใจตรงนี้

    ท่านบอกว่า "เอาออกมาเดี๋ยวข้าก็ตายเร็ว" เพราะมีคนมาดักปล้นต่อเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าไปเอาออกมา ความยุ่งยากจะมีมาก โดยเฉพาะเรื่องศีลของพระ เนื่องเพราะว่าทองคำนั้นได้มาโดยไม่ถูกต้อง ก็คือทหารญี่ปุ่นนั้นปล้นบ้านตีเมืองเขามา ส่วนเสือฝ้ายกับลูกน้องก็ไปปล้นทหารญี่ปุ่นมาอีกต่อหนึ่ง ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้มาโดยบริสุทธิ์ หลวงพ่อท่านจึงไม่สนใจอยู่แล้ว

    เสือฝ้ายไปพักอยู่ที่ตึกกองทุนหลวงปู่ปาน - พระมหาวีระ ถาวโร ซึ่งกระผม/อาตมภาพอยู่ท้ายตึก หลวงน้ามีชัย สุนฺทโรอยู่หัวตึก เพราะว่าเป็นตึกที่มีห้องใหญ่ถึง ๘ ห้องด้วยกัน ทั้งสองวาระมีโอกาสคุยกับปู่เสือฝ้ายหลายต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะถามในเรื่องของความหนังเหนียว

    ปรากฏว่าปู่เสือฝ้ายแกมีพระพิมพ์งบน้ำอ้อย หลวงปู่เนียม วัดน้อย ส่วนของเสือดำ ท่านบอกว่าไม่ทราบ แต่ของเสือใบนั้นมีพระพิมพ์ปรุหนังพิมพ์ตื้น ซึ่งท่านบอกว่าดูหน้าตาแล้วเหมือนอย่างกับไม่ใช่พระ เนื่องเพราะว่าฝีมือในการทำสมัยก่อนนั้น ก็แค่ให้รู้เท่านั้นว่าเป็นพระ เพียงแต่ว่าสุดยอดครูบาอาจารย์อย่างหลวงปู่เนียมท่านเป็นคนเสก ดังนั้น จึงเชื่อขนมกินได้ว่าเหนียวชนิดแมลงวันไม่ได้กินเลือด เหล่านี้เป็นต้น
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,027
    ค่าพลัง:
    +26,857
    กระผม/อาตมภาพเองตอนแรกก็ไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ของพระหลวงปู่เนียม พอได้วัตถุมงคลของหลวงปู่เนียมมา บางทีก็ยังจัดอยู่ในระดับท้าย ๆ จนกระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านบอกว่า "ไอ้โง่..เรื่องของครูบาอาจารย์ยิ่งรุ่นเก่าก็ยิ่งดีมาก โดยเฉพาะสุดยอดครูบาอาจารย์อย่างหลวงปู่เนียมนั้น แกมีวัตถุมงคลของท่านชิ้นหนึ่งก็เที่ยวได้ทั่วโลกแล้ว..!"

    นั่นแหละ..กระผม/อาตมภาพจึงได้กลับไปจัดแยกวัตถุมงคลของหลวงปู่เนียมเอาไว้ต่างหาก สมัยก่อนได้มาฟรีบ้าง เพราะว่าผู้ใหญ่ท่านให้เป็นรางวัลที่ไปวิ่งรับใช้อยู่ข้างสภากาแฟ หรือไม่ก็บูชาหามาด้วยตนเองบ้าง มาในปัจจุบันนี้ไม่นึกเหมือนกันว่าแต่ละอย่างจะราคาขึ้นไปมากมายได้ขนาดนั้น

    ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้เป็นมรดกคู่วัด แต่ว่าดูท่าจะไปไม่รอด เนื่องเพราะว่าคนรุ่นหลัง ๆ ไม่ค่อยจะรู้คุณค่า แทบจะไม่มีใครรู้เรื่องที่หลวงปู่โต วัดระฆังโฆสิตาราม และหลวงปู่ปาน วัดบางนมโคท่านให้พรเอาไว้ว่า วัตถุมงคลของท่านจะเก่า จะใหม่ จะจริง จะปลอมอย่างไรก็ตาม ถ้าระลึกถึงท่านแล้ว อานุภาพจะเท่ากันหมด ซึ่งกระผม/อาตมภาพก็เพิ่งได้ยินว่ามีครูบาอาจารย์สองท่านนี้เท่านั้นที่ให้พรเอาไว้แบบนี้

    แต่ว่าลูกศิษย์หรือว่าอาจารย์ หมายถึงว่าหลวงปู่เนียมท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่โต วัดระฆังโฆสิตาราม และเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ท่านย่อมมีคุณวิเศษในลักษณะที่สืบทอดจากครูบาอาจารย์และถ่ายทอดไปให้กับลูกศิษย์ได้ในระดับนั้น

    เราต้องไม่ลืมว่าลูกศิษย์หลวงปู่เนียม วัดน้อย เป็นครูบาอาจารย์ใหญ่โด่งดังไปทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่โหน่ง วัดคลองมะดัน หลวงปู่ซวง วัดชีปะขาว หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เหล่านี้เป็นต้น ในเมื่อมีครูบาอาจารย์ในระดับนั้นเป็นลูกศิษย์ ก็ต้องนึกถึงว่าครูของครูจะเป็นสุดยอดในระดับไหน ?!

    เมื่อค้นวัตถุมงคลออกมาได้ก็ยังสองจิตสองใจ ว่าถ้าหากว่ายุคนี้ให้เขาบูชาไปหมด เราเองก็อาจจะไม่เหลือเอาไว้เลย หรือไม่ก็บุคคลที่บูชาไป ถ้าไม่รู้คุณค่าก็อาจจะใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่อย่างที่สมควรก็เป็นได้ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว เรื่องทั้งหลายเหล่านี้นั้น ก็อยู่ที่ "เซียน" ทั้งหลายเขาบอกว่าเป็น "สมบัติผลัดกันชม" สิ่งของเหล่านี้เลือกผู้มีบารมีเองว่าจะให้ใครเป็นเจ้าของ เราก็ไม่สามารถที่จะกำหนดได้ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุญใครบุญมัน รุ่นของเราหายากหาเย็นเพราะบุญเราไม่ดี ไม่ได้แปลว่ารุ่นหลัง ๆ เขาจะบุญไม่ดี ถ้าเขาบุญไม่ดี ก็คงไม่เกิดมาในโลกที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบถ้วนสมบูรณ์อย่างในปัจจุบันนี้ เมื่อคิดแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้น คาดว่าเมื่อเจอหน้าไอ้ตัวเล็กแล้ว ก็คงต้องปรึกษาหารือกัน ถ้าหากว่าปัจจัยในการมอบทุนการศึกษาปีนี้เพียงพอแล้ว ก็อาจจะเพลา ๆ ลงไปหน่อยหนึ่ง แต่ถ้าหากว่ายังไม่พอ ก็อาจจะต้องเพิ่มวัตถุมงคลต่าง ๆ ออกมาให้บูชาต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...