เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 10 กรกฎาคม 2026 at 21:20.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     
  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ หลังจากเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว กระผม/อาตมภาพไม่ได้ออกบิณฑบาต เนื่องเพราะว่าต้องเดินทางไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายบูรพาจารย์ วัดถาวรวราราม หรือว่าวัดญวน กาญจนบุรี จึงได้เข้าไปฉันเช้าที่โรงครัว ซึ่งคณะแม่ชีชื่น (อุบาสิกาชื่น ศรีสองแคว) เตรียมเอาไว้ทุกครั้งที่กระผม/อาตมภาพไม่ได้ออกบิณฑบาต

    จากนั้นน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) พลขับประจำวัดท่าขนุนก็นำกระผม/อาตมภาพเดินทางไปยังวัดถาวรวราราม ไปถึงเกือบจะ ๘ โมงเช้า ทั้ง ๆ ที่งานของเขาจะเริ่มตอน ๙ โมงครึ่ง แต่กระผม/อาตมภาพมาถึงแล้ว ด้วยความที่เกรงว่างานวัดญวนทุกครั้งนั้นเลื่องลือในเรื่องของรถติดเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่ามีญาติโยมแห่แหนกันมาด้วยความศรัทธา แต่งานนี้มาถึงแล้ว ปรากฏว่ายังมีที่จอดรถเหลืออยู่มาก

    ครั้นเข้าไปกราบหลวงพ่อเจ้าคุณวัดญวน - พระสมณานัมราชวชิราจารย์ หรือที่บางคนเรียกว่าหลวงพ่อเดชาธรในภาษาไทยบ้าง หลวงพ่อก๊วกซันในฉายาภาษาญวนบ้าง ท่านบอกว่าตั้งแต่ทะเลาะกับชาวบ้านเขาก็เลิกเข้าวัดกันแล้ว ตอนนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องรถติด แล้วท่านก็หัวเราะแบบคนที่เห็นโลกมามาก เนื่องเพราะว่าปีนี้ท่านก็เจริญอายุมาถึง ๗๗ ปีแล้ว ยังขอบอกขอบใจกระผม/อาตมภาพเป็นการใหญ่ ที่เดินทางมาถึงเป็นรูปแรกเลย

    กระผม/อาตมภาพนั่งอยู่ไม่นาน ก็มีบรรดาลูกศิษย์มากราบกันหลายต่อหลายรูป เนื่องเพราะว่าเป็นลูกศิษย์ทั้งที่กระผม/อาตมภาพสอนที่วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี วัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) จังหวัดนครปฐม และที่วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรีศรีไพบูลย์ จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องเพราะว่าหลวงพ่อเจ้าคุณวัดญวนท่านก็มีแนวทางในการสร้างคน ก็คือให้การศึกษาก่อนเช่นกัน ดังนั้น ลูกศิษย์รูปใดที่ตั้งใจจะศึกษาต่อ ท่านก็ยินดีและเต็มใจที่จะส่งให้

    ส่วนที่คิดไม่ถึงก็คือเพื่อนที่เดินยิ้มร่ามาแต่ไกล คือดร.องปลัดสิทธิศักดิ์ เถี่ยนยา ซึ่งถ้าหากว่าเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ฉายาของท่านต้องว่าเสี่ยงแก ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะใช้คำไหน ถ้าภาษาบาลีก็ประมาณว่าอคฺคคาโม เนื่องเพราะว่าคำว่าเสี่ยงก็คือสูงสุด แกก็คือครอบครัว ก็น่าจะอยู่ประมาณว่าผู้นำตระกูลอะไรประมาณนั้น

    องปลัดสิทธิศักดิ์นั้นได้เรียนปริญญาเอกรุ่นเดียวกับกระผม/อาตมภาพมา เมื่อกระผม/อาตมภาพเรียนถวายหลวงพ่อเจ้าคุณวัดญวน ท่านก็หัวเราะก๊าก บอกว่า "ช่วยจนท่านจบเลยใช่ไหม ?" ทำเอาเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั้งศาลา เพราะหลวงพ่อเจ้าคุณวัดญวนท่านรู้ดีว่า กระผม/อาตมภาพนั้นโดนเพื่อนลากไปเรียนเพื่อให้ช่วยนั่นเอง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้ว ในวงการเขารู้กันหมด แต่ก็เป็นเรื่องที่กระผม/อาตมภาพเต็มใจ เนื่องเพราะว่าในการรวมรุ่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก รุ่นของกระผม/อาตมภาพสร้างปาฏิหาริย์อยู่เสมอ ก็เพราะว่ามีความรักใคร่ ช่วยเหลือกันนั่นเอง ระดับปริญญาตรีนั้น ในห้องได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ จำนวน ๙ รูป และที่เหลือได้เกียรตินิยมอันดับ ๒ วันที่รับปริญญาถึงขนาดมีการสัมภาษณ์ออกทีวีกันเลย ว่าเรียนอย่างไรถึงได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ และเรียนอย่างไรถึงได้เกียรตินิยมกันทั้งห้อง

    ครั้นมาปริญญาโทและปริญญาเอกก็เป็นรุ่นเดียวที่เรียนจบพร้อมกับทั้งรุ่น ไม่มีตกค้าง ก็เพราะว่าพวกเราเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในเรื่องข้อมูลต่อกันและกัน บรรดาท่านที่เรียนเก่ง และเป็นผู้นำในห้อง ประมาณว่าได้ A เกือบทุกวิชา ก็จะเป็นผู้ที่ช่วยสรุปเนื้อหาในการเรียนแต่ละวิชาให้เพื่อน ถ้าหากว่าท่องจำสรุปนี้ได้ ก็แปลว่าทำข้อสอบได้แน่นอน แถมยังต้องไปล็อบบี้ครูบาอาจารย์อีกต่างหาก ว่าถ้าพวกกระผมตอบเหมือน ๆ กันอยู่ ๔ - ๕ สำนวน กรุณาอย่าคิดว่าลอกกันนะครับ เพราะว่าพวกกระผมทำกันแบบนี้

    ครูบาอาจารย์ก็ดีใจที่ลูกศิษย์รักใคร่สามัคคีกัน แล้วขณะเดียวกัน ก็ไม่ต้องเสียเวลามาสอนซ่อมอีกต่างหาก ทุกคนจึงสามารถกำหนดจดจำรุ่นของกระผม/อาตมภาพได้เสมอ ไม่ว่าจะไปเมื่อไร ครูบาอาจารย์ก็ทักทายได้ถูกต้องทันที

    อีกท่านหนึ่งนั้นเป็นลูกศิษย์ที่เรียนปริญญาโทกับกระผม/อาตมภาพ ก็คือท่านอาจารย์ดร.ปรีชา เถี่ยนกือ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ถ้าหากว่าในลำดับรุ่นนั้นท่านก็อยู่รุ่นเดียวกับองปลัดสิทธิศักดิ์ เนื่องเพราะว่าทางจีน หรือว่าอนัมนิกาย ที่เป็นสายมหายานนั้น ถ้าหากว่าบวชพระอุปัชฌาย์เดียวกัน ก็จะมีอักษรนำหน้าฉายาเป็นเดียวกัน ต่อให้อายุห่างกัน ๓๐ - ๔๐ ปี หรือว่าพรรษาต่างกัน ๓๐ - ๔๐ พรรษา บุคคลที่บวชรูปแรกก็คือพี่ใหญ่ บุคคลที่บวชรูปสุดท้ายก็คือน้องเล็ก ถือเป็นรุ่นเดียวกัน

    ส่วนถ้าอุปัชฌาย์อื่น ๆ ถ้าหากว่าบวชแล้ว ทั้ง ๆ ที่อายุพรรษามากกว่ารุ่นนี้ แต่ว่าลำดับรุ่นต่ำกว่า ก็ยังต้องเคารพผู้ที่มีลำดับรุ่นสูงกว่า แต่พรรษาน้อยกว่า เหล่านี้เป็นต้น เราฟังดูแล้วก็อาจจะงง ๆ ท่านปรีชาตอนนี้ก็คือดร.องสุตบทบวร เจ้าอาวาสวัดอนัมนิกายเฉลิมพระชนมพรรษากาล ซึ่งกระผม/อาตมภาพไม่แน่ใจว่าจะออกชื่อวัดของท่านถูกต้องหรือไม่ เนื่องเพราะว่าวัดของท่านอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนี้เอง

    หลังจากที่ได้ทักทายกันจนหายคิดถึงแล้ว เขาก็นิมนต์ให้ไปเป็นประธานในการจุดธูปเทียน เพื่อทำพิธีในการสวดพระพุทธมนต์ถวายให้แก่บูรพาจารย์วัดญวน กระผม/อาตมภาพเพิ่งจะไปนั่งลง หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์ - พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกรูปหนึ่งก็มาถึง

    ครั้นกราบกรานทักทายกันเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงถวายให้ท่านเป็นผู้ที่จุดธูปเทียนเบื้องหน้ารูปพระพุทธเจ้า ๓ กาล คืออดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล ซึ่งท่านก็มีทั้งอายุมากกว่า ๑ ปี และพรรษามากกว่า ๘ พรรษา ไม่ใช่ว่าท่านมีตำแหน่งเล็กกว่า เพราะกระผม/อาตมภาพเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด จึงได้ถวายเกียรติให้กับท่านไป
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นไปจุดธูปเทียนที่หน้ารูปพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ ซึ่งจะจำง่าย ๆ ว่าพระมัญชุศรีโพธิสัตว์จะขี่สิงโตสีเขียว ถ้าหากว่าพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ก็จะขี่ช้างเผือก ๔ งา แต่บางสถานที่ก็วาดเป็นช้างเผือก ๖ งา ตอนท่านมาหากระผม/อาตมภาพนั้น นั่งบนหลังช้างเผือก ๔ งามา กระผม/อาตมภาพยังแซวท่านว่าขี่ไดโนเธเรี่ยมมา แต่ปรากฏว่าพระสหายก็คือพระสมันตภัทรโพธิสัตว์นั้น ท่านรู้จริงยิ่งกว่า บอกว่าไดโนเธเรี่ยมงางอกโค้งลงดิน แต่ว่าช้างทรงของท่านนั้นงาตั้งขึ้นตามแนวปกติ แล้วก็หัวเราะกันเป็นการใหญ่

    เมื่อเสร็จจากพิธีในการสวดพระพุทธมนต์แล้ว เจ้าหน้าที่ก็นิมนต์เข้าไปพักภายในห้องพัก ซึ่งปรากฏว่ามีพระเถระผู้ใหญ่ ก็คือหลวงพ่อเจ้าคุณประสงค์ - พระเทพเมธาภรณ์ (ประสงค์ วราสโย ป.ธ.๘) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค (ธรรมยุต) รออยู่แล้ว

    หลวงพ่อพระเทพเมธาภรณ์นั้นก่อนหน้านี้ท่านต้องเข้าผ่าตัดสมอง จึงต้องยกขึ้นเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้ท่านอื่นเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีฝ่ายธรรมยุตแทน ตอนนี้ท่านเองก็บอกว่ายังไม่ค่อยดีนัก ในสายตาของคนอื่น ๆ ก็คือเห็นว่าท่านอ้วนขึ้น แต่กระผม/อาตมภาพว่าหลวงพ่อน่าจะบวมมากกว่า

    หลังจากที่คุยกันอยู่พักใหญ่ พรรคพวกเพื่อนฝูงก็ทยอยกันเข้ามา ที่มากราบกรานก็มี ที่มาทักทายก็มาก กระผม/อาตมภาพยังเรียนถวายหลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์ว่า ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ของมหานิกายนี้ กระผม/อาตมภาพหันไปทางไหน ถ้าไม่เจอเพื่อนก็เจอลูกศิษย์

    อีกสักครู่หนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.๙, Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา วรวิหารก็เข้ามาถึง ปีนี้หลวงพ่อท่านเจริญอายุกาลพรรษา ๘๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังกระฉับกระเฉงเหมือนเดิม ทักทายทุกคนที่เข้าไปกราบกรานได้ถูกต้อง กระผม/อาตมภาพกราบรายงานตัวแล้วก็สละที่นั่งออกมาข้างนอก เนื่องเพราะว่าพระเถระระดับเจ้าคุณเริ่มจะมามากขึ้นไปเรี่อย ๆ

     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    ทางด้านวัดญวนก็ดี ทางด้านคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรีก็ตาม ของพวกเรานั้นทำงานกันแบบไม่มีนิกาย ก็คือตั้งแต่กระผม/อาตมภาพมาถึงจังหวัดกาญจนบุรีในปี ๒๕๓๒ ซึ่งในตอนนั้นก็ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานอย่างปึกแผ่นแน่นหนา จนกระทั่งปี ๒๕๓๖ จึงได้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมเกาะพระฤๅษีขึ้นมา ตั้งแต่ยุคนั้นก็เห็นแล้วว่าคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรีมีคุณงามความดีสูงยิ่ง ก็คือมีสามัคคีธรรม

    เนื่องเพราะว่าทั้งมหานิกาย ธรรมยุต จีนนิกาย อนัมนิกาย ถึงเวลาลงร่วมงานกันหน้าตาเฉย ไม่มีการรังเกียจกัน ไม่ว่าจะงานของนิกายไหน ถึงเวลานิมนต์ก็ไปร่วมงานด้วยความยินดี เจอหน้าก็กราบไหว้กันตามพรรษา ไม่มีการรังเกียจ แม้กระทั่งวันนี้ก็ตาม ธรรมยุตกราบมหานิกาย มหานิกายกราบธรรมยุต มหานิกายกราบอนัมนิกาย กราบจีนนิกาย จีนนิกาย อนัมนิกายกราบมหานิกาย เหล่านี้เป็นต้น

    ในเรื่องพวกนี้นั้น กระผม/อาตมภาพอยากให้คณะสงฆ์ของเราเป็นอย่างนี้ในทุกที่ ก็คือผู้นำนั้นเป็นผู้ที่มีมานะน้อย หรือว่าไม่มีมานะ ถึงเวลาก็อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้อื่น จึงทำให้เรื่องของคณะสงฆ์สามารถที่จะไปได้ด้วยดี แต่ถ้าเราแบกกิเลสเอาไว้ว่าเราเป็นธรรมยุต เราเป็นมหานิกาย เราเป็นจีนนิกาย เราเป็นอนัมนิกาย เป็นนานาสังวาส ถ้าแบบนี้การคณะสงฆ์ก็ไม่สามารถที่จะสามัคคีกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

    แม้แต่หลวงพ่อเจ้าคุณวัดญวนก็ตาม เวลาไปวัดท่าขนุน กระผม/อาตมภาพจะจัดอาหารเจให้ท่านต่างหาก ท่านก็บอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวเขี่ย ๆ เอาตรงนี้แหละ เสียเวลาและทำให้ลำบากเปล่า ๆ ก็คือท่านเองก็ปรับตัวเข้ากับพวกเราได้เป็นอย่างดียิ่ง และน่าชื่นชม พวกเราทั้งหลายก็เคารพในคุณของท่านที่เป็นบุคคลอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ถือเนื้อถือตัว

    แม้สมณศักดิ์ของท่านในปัจจุบัน ถ้าเทียบกับมหานิกายก็เป็นเจ้าคุณชั้นราช เป็นปลัดซ้ายของทางคณะสงฆ์อนัมนิกาย ซึ่งถือว่าเป็นว่าที่ผู้นำของนิกายท่านหนึ่งแล้ว แต่ท่านเองก็ยังคงคลุกคลีตีโมงกับพวกเราอย่างสนิทสนม เจอหน้าผู้อ่อนกว่าก็ทักทายก่อน เจอหน้าผู้แก่กว่าก็กราบไหว้กันก่อน จึงทำให้ความสามัคคีกลมเกลียวของคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรีนั้นเป็นไปด้วยดียิ่ง เพราะว่าบรรดาผู้นำในท้องที่ของแต่ละนิกายไม่ได้มีความถือเนื้อถือตัว เคารพกันตามพระธรรมวินัยจริง ๆ เห็นแล้วก็น่าชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...