เรื่องเด่น เรื่องเล่า "นักขุดกรุ"มือขลัง ขมังเวทย์ที่สุดในแผ่นดิน

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย wanwi, 11 ตุลาคม 2016.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 82 คน ( สมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 81 คน )
  1. Natthawut_pool

    Natthawut_pool เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    648
    ค่าพลัง:
    +14,945
    โอนเงินร่วมบุญให้แล้วครับ ขอขอบพระคุณ คุณอาวันวิ และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    "สมเด็จบางขุนพรหม"
    พิมพ์"เส้นด้ายเล็ก"!!!
    ผลงาน"นักขุดกรุฯ"
    ==============


    เป็นที่ทราบกันดีว่า ก่อนปี 2500 กรุวัดบางขุนพรหม โดนขโมยเจาะและใช้วิธี หย่อนเชือกตรงปลายหุ้มด้วยก้อนดินเหนียวลงไปจุ่มให้ "องค์พระ" ติดปลายเชือกขึ้นมา บ้างก็เทน้ำลงไป ดัน"พระลอยขึ้น" แล้วรีบจ้วงตัก ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ที่แน่ๆคือทำให้พระเนื้อผงสมเด็จบางขุนพรหม ส่วนใหญ่ชำรุด หย่อนสวย หย่อนงาม !

    บางคนก็ใช้ไม้ไผ่ ทำปลายเป็นตะขอลงไปควานแล้วเกี่ยวก้อนดิน ก้อนปูน เกาะติดก้อนพระ เมื่อได้แล้วก็มาแกะแบ่งกัน บางคนก็ได้ไปทั้งก้อนอย่างนั้น ไม่มีใครหวงแหนนัก ยิ่งพวกวัยรุ่น เอาสนุก เอามันส์ตามเพื่อนฝูงอย่างเดียว

    บ้างที่พอมีความรู้ อ่านหนังสือมาก ก็หวังฟลุ๊ค อยากตกได้ทรัพย์สมบัติอย่างอื่น แต่ในกรุนี้ ไม่มีทรัพย์อื่นเลย มีแต่พระเครื่องเท่านั้น!

    การลักลอบขุดกรุพระบางขุนพรหมดำเนินมาเป็นเวลาค่อนข้างนานปี มีการจัดเวรยาม ผลัดกันเข้าไปขุด นานเข้าก็มีคนทำตัวเป็น "ขาใหญ่" คอยกำกับ เก็บค่าหัวคิว คิดเป็นเงินไม่กี่สตางค์ บางคนก็แลกกับพระที่ตกได้ แบ่งกัน!

    สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปลีกย่อยสัพเพเหระที่คนรุ่นหลังไม่ทราบและมองข้าม ทั้งที่บางจุดเป็นประเด็นสำคัญมาก ในการชี้ แท้-เก๊ ของพระกรุบางขุนพรหม บางองค์ที่คลุมเครือ ดูเก๊ก็ได้ ดูแท้ก็ดี !

    ส่วนพระองค์สวยที่โม้ว่าเป็น "กรุเก่า" เล่นหาตามขี้ปากเสี้ยนในปัจจุบัน เกินกว่าครึ่งเป็นของสุดยอดฝีมือ ทำปีละ 5 องค์ ลงงานนานทีหน แทบทั้งสิ้น เล่นและการันตีกันจนกลายเป็น "พระแท้" !!!

    ข้าง...นัก (ลอก) เรื่องเล่า ก็ล้วนแต่เป็นคนรุ่นถัดมา เกิดไม่ทัน และไม่เคยสัมผัสวิถีการขุดกรุ ได้แต่เขียนลอกเรื่องราวตามก้นกันไป รวมทั้ง "คนขายพระ" ที่สะเออะทำตัวเป็น "เสี้ยนสมเดช" ทั้งประเทศ

    วันนี้ "นักขุดกรุ" ที่แก่หง่อมชราภาพสุดๆ แต่ยังหลงเหลือสังขารลากมาถึงพ.ศ.นี้ ได้นำพระ "บางขุนพรหม" ที่เขาตกขึ้นมาได้กับมือ มอบให้ชมเป็นวิทยาทาน

    เป็นพระที่ตกด้วยดินเหนียว เกาะเป็นก้อนขึ้นมา เพราะถูกเทน้ำใส่กรุช่วงแรกเป็นเวลานาน พระที่ตกได้ก่อนเปิดกรุไม่นาน จึงติดกันเป็นก้อนจำนวนมาก

    บางก้อนมี 4-5 องค์ บางก้อนก็มากกว่า 10 องค์ ในยุคสมัยที่พระไร้ราคา การแกะพระออกจากก้อนจึงขาดความพิถีพิถัน ใช้มีดหรือไม้แซะออกอย่างง่ายๆ บางคนก็แช่น้ำชุ่มขยี้ขยำให้ดินกับปูนที่เกาะละลายแล้ว ดึงกระชากองค์พระออกไปแบ่งกัน ตามเวลาทำการที่ไม่อาจจะชักช้าได้

    คุณตา (ควรเรียกตามวัยกว่า80ฝน) เล่าว่า อายุราว 15-16 ในตอนนั้น เป็นคนในซอยข้างวัด ตามเพื่อนๆเข้าไปสนุกสนานกับการขุดพระไม่มีความรู้ดอกว่า เป็นพระอะไร? มีราคาแพงหรือไม่?...

    สมัยนั้นการเล่นพระใช้คำว่า "เช่า" แค่เงินหลักบาท หลักสิบ ก็หรูแล้ว

    ส่วนใหญ่ใช้วิธี "แลกเปลี่ยน" ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากคำว่า "ซื้อ-ขาย" ให้เป็นบาปปาก

    ชม "ภาพเล่าเรื่อง" ไม่เปลืองเวลากันดีกว่า...
    20261002_222705.jpg
    พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ "เส้นด้ายเล็ก" ซึ่งในพิมพ์เส้นด้ายนี้ นักสะสมกับนักพาณิชย์ แยกแยะเป็น "พิมพ์เส้นด้ายใหญ่-เล็ก" ตามขนาดขององค์พระ ยืนยันว่า พระในยุคที่ไม่ได้ใช้เครื่องจักร แต่กดด้วยมือมีขนาดหลากหลาย ใหญ่-เล็ก-ย่อมลง แตกต่างกันไป!

    องค์นี้เกาะติดเป็นก้อน ได้แกะแบ่ง แล้วเก็บรักษาเป็นเวลานาน ประมาณ 40 ปีก่อนได้พยายามขูด แกะ แซะ เอาคราบปูน คราบกรุออก ใช้วิธีหยาบๆ เนื้อหาท่านจึงหลุดลอกออกไปไม่น้อย อีกสิบปีต่อมา พระเริ่มมีราคาค่างวด ท่านเอาไปลงรักปิดทองง่ายๆบ้านๆ แต่ก็ลอกล่อนไปเกือบหมดเหลือเท่าที่เห็น

    ยังโชคดีมาก ทั้งที่ผ่านกรรมวิธีสมบุกสมบันมากมาย พระสมเด็จองค์นี้ก็ยังไม่แตกหัก บิ่นกระเทาะ!!!

    แต่การที่พระเนื้อหลุดล่อนลอก ปริแยก ก็ทำให้เห็น "เนื้อใน" ว่า สมเด็จบางขุนพรหม นอกจาก "แก่ปูน" ยังมีเนื้อหาผงพุทธคุณชั้นเลิศครบถ้วน...

    อาทิ เม็ดแดง เม็ดดำ เม็ดผง เม็ดดินกำแพงเล็กๆแบบเดียวกับ "วัดระฆัง" !!!

    เป็นพระเนื้อผงที่ส่องเพลิน เนื้อผง 5 ประการสวยครบ เกินห้ามใจ!
    20261002_222719.jpg
    ด้านหลังที่เนื้อหลุดลอก เพราะเป็นด้านที่เกาะติดเป็นก้อน เมื่อทำความสะอาดอย่างบ้านๆ เอาคราบกรุที่เหลือออกไปอีก จึงมีสภาพตามที่เห็น

    ตรงบริเวณเนื้อเปิดทุกแห่ง มีเนื้อผงพุทธคุณ เม็ดดำ แดง เม็ดพระธาตุขาวขุ่นเหมือนนมข้นตามสูตรทุกองคาพยพ แต่ถ่ายภาพไม่เห็น ต้องลงกล้อง 10x หรือ 30 x จึงซึ้งตรึงตาตรึงใจ!
    20261002_222744.jpg
    ด้านข้างทั้งสองก็อร่อยเหาะด้วยมวลสาร และการบิดเบี้ยวของทรวดทรงที่ผ่านกาลเวลาเกินศตวรรษ ส่วนเนื้อมีทั้งเนื้อยับย่น ปริแยก ขรุขระ และ "คราบกรุ" สีน้ำตาลไหม้ เป็นหย่อมๆ ตามภาพที่ถ่ายทอดให้ชมทุกมิติ ทุกด้าน
    20261002_222800.jpg
    ด้านนี้ก็งดงามมาก เม็ดสีน้ำตาลใหญ่ๆนั้นเป็นคราบกรุที่หลงเหลือฝังในเนื้อ เจ้าของไม่อยาก "ขุด" ออกมาอีก เกรงเนื้อพระแตก และทำเนื้อหลุดมากเกินไป!
    20261002_222816.jpg
    มุมนี้เป็นขอบด้านบนขององค์พระ ภาพอาจสว่างขาวมากไปนิด แต่องค์จริง ธรรมชาติของเนื้อหาสุดซึ้งงดงามมาก ส่องแล้วแทบวางไม่ลง!
    20261002_222834.jpg
    ขอบนี้เป็นด้านล่าง ใต้ฐาน เอาปากกาวงให้เห็น บางส่วนของคราบกรุสีน้ำตาลไหม้ที่เข้มข้น หลงเหลือจากการล้างอย่างทรหดของคนโบราณที่ล้างแบบบ้านๆ ไม่มีหลักวิชา แต่ก็โชคดีเกินร้อยที่พระไม่พัง...!
    20261002_222859.jpg
    วงแล้ว ก็วงจุดสำคัญบางจุดต่อเนื่อง

    วงบนสุดคือ "ขอบปลิ้นพับ" ลงมา ยืนยันว่าพระสมเด็จบางขุนพรหม ส่วนใหญ่ใช้กรรมวิธีกดแม่พิมพ์จากด้านหลังมาด้านหน้า

    องค์นี้เมื่อวงเส้นแล้ว สังเกตได้ว่า เส้นซุ้มโค้งใหญ่หนา แข็งแรง สวยงามสมส่วน

    วงเล็กด้านล่างบริเวณช่วงแขน เป็น "เม็ดดินกำแพง" ติดแน่น...

    ยืนยัน "บางขุนพรหม" มีมวลสารสำคัญนี้เช่นเดียวกับวัดระฆัง โชคดีที่การล้างและขุดเซาะคราบกรุ ไม่ดึง "เม็ดกำแพง" เม็ดนี้หลุดหายไป!
    20261002_223345.jpg
    ตบท้ายด้วยภาพ เนื้อในที่เห็นมวลสารของจริง บริเวณเนื้อที่หลุดลอกเป็นปื้นๆ...

    ที่จริงยังมีจุดสำคัญอีกมากที่ต้องใช้ปากกาวงและอธิบาย แต่เกรงเป็นหลักวิชาการมากไป เห็นแล้วรำคาญตา อ่านแล้วรำคาญใจ เหมือนพวกเสี้ยนที่พยายามหาเหตุผล ยกแม่น้ำ 8 สาย พล่ามอธิบายพระในมือตัวเองให้เป็นพระแท้

    หนึ่งภาพมีค่ามากกว่าแสนคำ ล้านคำ ก็ต้องให้ภาพอธิบายในตัวเองบ้าง..

    ขออาราธนา อำนาจบุญบารมี ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แด่สมาชิกและผู้อ่าน เจริญตา เจริญใจ รอดพ้นภัยน้ำท่วม และประสบแต่ความสำเร็จ แหวกพ้นอุปสรรคทุกประการ ทุกคน ทุกท่านครับ!!!
     
  3. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    ร่ายเรื่อง "พระสมเด็จบางขุนพรหม" อย่างสนุก ปลอบประโลมหัวใจนักอ่าน ลืมเรื่องน้ำมาก ฟ้าคำรณ ฝนคำราม ลมแรงน่ากลัว ชั่วครู่

    น้องณัฐวุฒิ มิใยไพเรื่องน้ำท่วม ส่งปัจจัยฝ่าน้ำ แหวกสายฝนมาเรียบร้อย

    ต้องขอบพระคุณและโมทนาอีกครั้ง พรุ่งนี้ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ เดินทางครับผม!
     
  4. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,666
    ค่าพลัง:
    +223,898
    ขอบคุณ.jpg
     
  5. nott17

    nott17 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    2,552
    ค่าพลัง:
    +22,707
    สวัสดีครับอาจารย์วันวิ พี่น้องทุกท่าน
    อนุโมทนาบุญกับอาจารย์วันวิ พี่ๆน้องๆทุกท่าน
    ขอให้ออาจารย์วันวิ พี่น้องทุกท่าน ร่มเย็นเป็นสุข ไร้ทุกข์ไร้ภัย คิดทำการงานสิ่งใดขอให้สำเร็จสมหวังสมปรารถนา เฮงๆรวยๆ ทุกท่าน สาธุ
     
  6. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    คำขอบคุณจาก "บ้านสวนรัก" เป็นพรและกำลังใจแด่ผู้ร่วมบุญทานกับร่วมโมทนาตลอดมา

    มีข่าวเศร้ามากๆ สำหรับเพื่อนรักที่ร่วมบริจาคค่าอาหาร ทานบารมีและบุญอื่นๆกันมาหลายปี คุณพจน์ เพชรานุภาพ กับ คุณนันทชัย ศราทธทัต ได้ลาจากไปตามอายุขัยไล่ๆกัน เป็นข่าวเศร้าสำหรับผมอย่างมาก การเขียนเรื่องราวอาจทิ้งช่วงบ้างเพื่อร่วมงานส่งเพื่อนๆสู่สุคติ

    ปีนี้เพื่อนฝูงสนิทชิดเชื้อ อำลาไปเฝ้าพระพุทธเจ้าหลายคน มากเกินปกติ แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาโลก เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่ก็อดใจหายมิได้ เพื่อนบางคนคบกันมาตั้งแต่ด็ก ยาวนานเกินครึ่งศตวรรษเสียอีก

    แต่บุญ-ทานก็ยังต้องปฏิบัติกันอย่าท้อ เพื่อสะสมเป็น "เสบียงบุญ" เพราะไม่มีใครรู้
    ว่า จะถึงคิวตัวเองเดินทางไกลวันไหน สะสมบุญ-ทานบารมี เอาไว้แน่นอนที่สุด ถึงเวลานั้น เหลือแต่ บุญ-บาป เท่านั้นที่จะติดตามตัวเราไปทุกที่ ทุกสถาน!
     
  7. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    วันจันทร์ที่ยังครึ้มฟ้าฝน สลับกับพระพิรุณเทน้ำทักทายเป็นช่วงๆ คนเมืองกรุงกับอีกหลายสิบจังหวัด ยังอยู่ในโหมดระมัดระวังภัยน้ำอีกหลายวัน หวังว่าสมาชิกกระทู้กับนักอ่านทุกท่าน แคล้วคลาดปลอดภ้ย

    มีพรดีจากสุพรรณฯมาช่วยเสริมเป็นกำลังใจทุกวันจันทร์ ก็เป็นพลังหนุนส่งชื่นใจ ภัยน้ำมากน้อยสู้ได้!
     
  8. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    เลขจัดส่งวันนี้

    --ED 2383 1783 6 TH นนทบุรี
     
  9. daychar

    daychar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    796
    ค่าพลัง:
    +13,516
    เช้านี้อากาศเย็น อุณหภูมิ 22 องศาเหมือนกับสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้เกิดฝนตกใหญ่ในเขตภาคกลาง วันนี้อุณหภูมิเท่าๆกัน ขออย่าให้ฝนตกแบบวันนั้นเลย ขอให้เป็นแค่ฝนต้นหนาวนะครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    "ปลายฝน" ปีนี้ช่างสุดโหด เช้าวันนี้ก็มืดครึ้มตั้งแต่รุ่งอรุณ ฝนกระหน่ำหนัก-เบา ไม่หยุดหย่อน จนถึงตอนที่กำลังจิ้มอยู่นี้ ยังหาแสงแดดไม่เจอ คิดว่าหลายๆแห่งในเมืองกรุงก็คงอีรุงตุงตังกับน้ำ สยองขวัญ ประสาทเสียกับน้ำท่วมต่อเนื่อง

    รีบๆเข้า "ต้นหนาว" หมดฝนเร็ววันและเร็วไวเถอะ ถึงจะหนาวหน่อยในปีที่ฝนมาน้ำมาก ก็ดีกว่าน้ำท่วมร้อยเท่าพันทวี!
     
  11. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,666
    ค่าพลัง:
    +223,898
    ใส่บาตรเมื่อวานนี้ครับ ให้หลานชายไปแทน

    7 ต.ค..jpg
     
  12. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,666
    ค่าพลัง:
    +223,898
    วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย
    นำอาหารไปถวายพระในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล


    S__5816355.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 8 ต.ค..jpg
      8 ต.ค..jpg
      ขนาดไฟล์:
      221.5 KB
      เปิดดู:
      28
    • S__5816350.jpg
      S__5816350.jpg
      ขนาดไฟล์:
      205 KB
      เปิดดู:
      33
  13. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    บุญใส่บาตรย้อนหลัง ร่วมอนุโมทนาเป็นพลังวันพุธ ให้ผู้ทำบุญปลอดโรคภัยเร็วไว!
     
  14. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    บุญถวายภัตตาหารตรงวันยามเช้า เข้ามาร่วมอนุโมทนาตรงเวลาเพราะช่วงบ่ายแก่มีงานส่งเพื่อนสู่สุคติที่วัดเสมียนนารี จากนั้นอีกวันเป็นวัดตรีทศเทพ

    หมด 2 งานก็จะเริ่ม
    เขียนเรื่องเล่าให้อ่านกันมันส์ๆตามปกติ อย่าลืมระวังภัยเรื่องฝน เรื่องน้ำท่วมซึ่งกรมอุตุฯแจ้งว่าจะมีต่อเนื่องถึงวันที่ 13 ตุลาคม

    พรุ่งนี้เป็นวันเข้า "เทศกาลกินเจ" วันนี้"ล้างท้อง" ตามความเชื่อ กินเจปีนี้ไม่ขออะไรมาก ขอแค่น้ำท่าอย่าบ่าท่วม และที่ท่วมอยู่แล้วแถวภาคกลางอย่าง อยุธยา ชัยนาท สมุทรสงคราม ฯลฯ กรุณาลดราวาศอก ไหลออกทะเลไปให้สิ้น

    น้ำท่วมหลายจังหวัด เห็นชัดเลยว่า..."วัด+พระสงฆ์" เป็นที่พึ่งของชาวบ้านมากมายเหลือคณานับ ทั้งการแจกข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม ฯ พายเรือไปมอบให้ถึงบ้านที่ติดน้ำออกมารับไม่ได้ และการให้ที่วัดเป็นที่พักพิงชั่วคราว ฯลฯ

    คุณูปการของ "พระสงฆ์ไทย อยู่เคียงคู่สังคมไทยมาแต่ดึกดำบรรพ์ ไม่มีลัทธิหรือศาสนาไหนทำได้เยี่ยงนี้...!

    เราคนไทยชาวพุทธ เห็นภาพที่ดี ภาพงดงามของแต่วัด พระสงฆ์แต่ละรูป จงช่วยกันเผยแพร่ออกไปมากๆ เรื่องข่าวชั่วของพระชั่วเหลือบพระศาสนา ปล่อยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กับกฏหมายสงฆ์และบ้านเมือง!

    อย่าไปช่วย "ตีปิ้บ" เสริมข่าว เพราะปัจจุบัน ไอ้พวกปัญญานิ่มผสมกับพวกทำลายศาสนา มันคอยกระพือให้ข่าวเล็กเป็นข่าวใหญ่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะพวกสื่อต่างศาสนาที่แอบแฝงมาเป็นนักข่าว!!!
     
  15. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,666
    ค่าพลัง:
    +223,898
    วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย
    ทำบุญใส่บาตรในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล

    6070.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 9 ต.ค..jpg
      9 ต.ค..jpg
      ขนาดไฟล์:
      210.7 KB
      เปิดดู:
      13
  16. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    เข้าสู่วันศุกร์ สุขเสมอ แต่อย่าเผลอกับน้องน้ำยามปลายฝนต้นหนาว ที่ยังร้าวรานทั่วไทย เป็นเชื้อไฟสุมขอนที่ทำรัฐบาลคลอนแคลน...!

    ทำ "ผู้ว่ากทม." เมืองฟ้ามหานครหัวสั่นหัวคลอน ประสาทเสียกับคำครหาโจมตีจากทุกสารทิศ เรื่อง "แก้มลิง" ในพระราชดำริล้นเกล้า ร.
    ๙ ที่กลายเป็น "กับแกล้ม" แสนอร่อยของพวกนายทุน!!!

    ความจริงจะเป็นอย่างไร ก็รอการขุดคุ้ยของพวกสื่อจอมขุด เรารู้เล็กน้อยงูๆปลาๆ เป็นฝ่ายรอรับชม แต่ "อาถรรพ์ผู้ว่ากทม"
    เลือกตั้งที่อยู่ไม่ครบ "สมัยที่2" ตามที่เคยเป็นมา ทำท่าจะเป็นเรื่องจริง

    กำลังนี้ ช่วงสนธยาฟ้าแดง ฝนตั้งเค้าแรงมาอีกแล้ว ร่วมอนุโมทนาบุญใส่บาตรยามเช้า ส่งจิตภาวนา ตกลงมาเถอะพระพิรุณ แต่อย่าถล่มจนกรุงเทพฯจมน้ำอีกระลอกก็แล้วกัน!
     
  17. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    แหวน "พิฆเนศ"
    ไม่ทราบสำนัก
    ==========
    ☆ วงแหวนเวทย์..'คเณศ'ฤทธิ์
    เสริมประสิทธิ์....อิทธิศักดิ์
    พลพรรค'มู'......ชื่นชูรัก
    เห็นประจักษ์..หลักชัย สำเร็จ!
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    แหวนสุดคลาสสิค หัวแหวนประดับด้วย "องค์พิฆเนศ" ประทับนั่งเต็มทรง เนื้อทองเหลืองเก่าเก็บ พยายามเสาะหาสำนักนานนักหนา แต่ไม่พบเจอ

    นำออกมาให้สมาชิกยลโฉมและร่วมบุญบูชา เผื่อว่ามีใครพอทราบ และมีบุญสัมพันธ์กับท่าน เชิญชมความเก่า รูปทรงขลังอลังการแสนงามได้ครับ...

    =======900=======
    20261007_151809.jpg
    หัวแหวนที่ออกแบบด้วยเชิงช่างสุดฝึมือ มิใช่ทำอย่างขอไปที "เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ" ทรงประทับนั่งเต็มองค์ ปกติเป็นหัวแหวนจะพบเห็นแค่ครึ่งองค์ ทรวดทรงไม่จัดเต็มเช่นนี้
    20261007_151920.jpg ด้านข้างหันขวาและหันซ้าย ความเก่าเกิดจากการเก็บปนกับวัตถุมงคลอื่นๆหลายอย่างในกล่องหลายสิบปึ มีร่องรอยผ่านการใช้บูชามาบ้าง
    20261007_151957.jpg
    20261007_151838.jpg 20261007_151901.jpg
    ขนาดวงเหมาะสำหรับนิ้วผู้ชาย
    นิ้วกลางหรือนิ้วนางของผู้ใหญ่
    20261007_152124.jpg
    ส่องอีกมุมของท่านให้เต็มตา น่าจะถูกใจสาย "มู" ในยามที่ต้องอาศัยตัวช่วยให้บังเกิดผลรวดเร็วทันใจ!!!
     
  18. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,666
    ค่าพลัง:
    +223,898
    วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันศเสาร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย
    ทำบุญใส่บาตรในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล

    IMG_20260727_072050.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    ฝนทิ้งช่วงให้ผู้คนหายใจโล่งเล็กน้อย สตรีทบุญยามเช้าจึงได้ใส่บาตรเต็มที่ต้อนรับเทศกาล"กินเจ"!

    แม้เป็นเทศกาลชาวจีนที่นำมาเผยแพร่จากโพ้นทะเลเมื่ออดีต แต่เป็น "เทศกาลบุญ" หนุนคนทำดี ถือศีล มีเมตตาธรรม เราคนไทยก็ยินดีรับเข้ามาไว้เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรม ทั้งยังส่งเสริมให้กลายเป็นวัฒนธรรมหลักของท้องถิ่นภาคใต้หลายจังหวัด เรียกภาษาพื้นเมืองว่า "กินผัก"!!!

    งาน "กินผัก" เกิดขึ้นครั้งแรกที่ศาลเจ้า ภูเก็ต ต่อจากนั้นก็ลุกลามไปที่ ตะกั่วป่า และ พังงา เติบโตไปที่ จ.ตรัง,กระบี่ กลายเป็นเทศกาลสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นและชุมชน ทั้งเผยแพร่ไปกว้างขวางในปัจจุบัน

    ต้อนรับเทศกาลที่ดี ร่วมอนุโมทนาบุญยอดเยี่ยมยามเช้า แล้วล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวอ่านเรื่องราวสนุก มากด้วยสาระทั้งทางโลกและทางธรรมกันต่อ...รอการจิ้มอึดใจใหญ่ๆครับ!
     
  20. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,863
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,563
    ☆ "เรื่องเล่า~นักขุดแร่" ☆
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    "พ่อท่านแหวง อาภาคโร"วัดคึกคัก
    "เปลวเพลิงแห่งศรัทธา-อันดามัน"!
    ===============
    20260925_160038.jpg

    รูปหล่อขนาดเท่าคนจริง "พ่อท่านแหวง อาภาคโร" ด้านหลังประดิษฐานร่างไม่เน่าเปื่อยของท่านตั้งแต่ปี 2517 สามารถไปกราบสักการะขอพรเป็นสิริมงคลได้ทุกวันเวลาทำการปกติ

    ((( ขอบคุณภาพถ่าย สวยงามฝีมือคุณ อโนทัย งานดี จากเว็ป Kapook คอม. ขออนุญาตนำเผยแพร่เป็นวิทยาทาน)))
    -------------------------

    ☆☆ ตอนที่ 4 ☆☆
    ~~~~~~~~~~~

    ● สึนามิ~นรกอันดามัน ●
    ===============
    ☆ คลื่นยักษ์โหม..โถมทำลาย
    โลกมลาย.........วอดวายบ้า
    อานุภาพ.........ราบตรงหน้า
    26 ธันวา.......มหาประลัย

    ☆ กว่าสองแสน....หลายแดนดิน
    ☆ ต้องดับดิ้น......ถิ่นอาศัย
    ☆ ภัยเหลือเชื่อ..เมื่อผ่านไป
    ☆ จดจำไว้......ไป่รู้ลืม!
    ---------------

    ฝั่งทะเลอันดามัน ช่างงามล้ำอุดมด้วยมนต์เสน่ห์ น้ำทะเลเขียวคราม เข้มดุจมรกตยามกระทบแสงสุริยัน หาดทรายขาวละเอียดดั่งแป้งเนียนนิ่มเมื่อสัมผัส เกาะแก่งทุกแห่ง ทัศนียภาพตรึงตา ยากจะรู้ลืม

    เป็น มหามนตราแห่งธรรมชาติ สามารถขานประโยค...มนต์สวาท หาดสวรรค์ เต็มปากเต็มคำ!!!

    ความล้ำลึกที่ยากบรรยายได้ครบถ้วนเช่นนี้ ทำผมหลงรัก แผ่นดินชายฝั่งอันดามันเต็มหัวใจ จากที่เคยคิดมาทำงานขุดแร่ดีบุกที่เปรียบเสมือนทองคำสีดำชั่วคราว หอบเงินสักก้อน แล้วกลับบ้านเกิด

    บัดนี้ ผมลงหลักปักฐานบนสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์บนดิน มีบ้าน มีครอบครัว...

    ไม่เคยคาดคิดเลยว่า วันหนึ่ง...สวรรค์ล่มกลายเป็นนรก!!!

    26 ธันวาคม 2547 ผ่านคืนวันคริสต์มาสของฝรั่งสดๆร้อน ๆ ผมไม่เกึ่ยวข้องกับงานฉลองพวกฝรั่งมังฆ้อง แต่ต้องเดินทางเข้าภูเก็ตเพื่อติดต่องานเล็กๆน้อยๆกับเพื่อนฝูง

    ผมออกจากบ้านค่อนข้างสาย ต้องไปรับเพื่อนให้ช่วยเป็นพลขับ ด้วยรถกระบะ เรามุ่งหน้าไปทางถนนเพชรเกษม ผ่านบางม่วง บ้านน้ำเค็ม กำลังจะเข้าถนนที่ผ่านหน้าหาดบางสัก ปรึกษากันในรถว่าเดี๋ยวถึงบ้านคึกคัก ก็แวะกราบ "พ่อท่านแหวง" สักหน่อย ค่อยตีรถรวดเดียวข้ามสะพานสารสิน ไปกินข้าวเที่ยงที่ภูเก็ตพอดี

    ช้าก่อน ถนนที่ผ่านบางสัก ทำไมคึกคัก คับคั่งไปด้วยรถราที่ติดแหง็กยาวเหยียดบนทางเส้นเดียว?!

    "คงมีอุบัติเหตุข้างหน้า รอมันหน่อยเถอะวะ"...ผมบอกเพื่อนพลขับ อย่างไม่คิดอะไรมาก

    เราจอดรถรอเกือบสิบนาที ทันใดก็ได้ยินเสียงเอะอะ เพื่อนพลขับชี้มือไปที่ถนน ซึ่งห่างจากฝั่งทะเลไม่ต่ำกว่า 4-500 เมตร เปิดกระจกยังพอได้ยินเสียงคลื่นซัดหาดแว่วๆเหมือนเสียง
    ดนตรีที่ไม่เคยหยุดบรรเลง

    "ดูนั่น น้ำทะเล ซัดขึ้นมาถึงถนน"!!!

    ผมมองตามมือที่เพื่อนชี้ จริงๆด้วย น้ำทะเลสีขุ่นคลั่กดังสีน้ำโคลน ไม่ใช่น้ำทะเลสีมรกตงดงามที่เคยเห็นเป็นประจำ เอ่อท่วมข้ามถนนจากฝั่งทะเลมาทางฝั่งที่เป็นป่าละเมาะ ถัดไปอีกไกลก็เป็นสวนยาง ป่ายาง และภูเขา

    "แปลกฉิบ...ถอยรถกลับกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวลงไปดูให้ รถมันแน่นอย่าเพิ่งถอย จะไปเฉี่ยวกับคันอื่น"

    ผมเปิดประตูรถลงไปสัมผัสพื้นถนนเพชรเกษม ถนนลาดยางบัดนี้ขุ่นมัวด้วยน้ำทะเลสีเมือกขุ่น มาอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ยังไม่เคยปรากฏว่า มีคนเล่าเรื่องน้ำทะเล ซัดผ่านหาดขึ้นมาถึงถนน!

    ไม่ได้การละ ผมคิดในใจด่วนจี๋ จะเกิดอะไรก็ช่าง หันหัวรถกลับทางเดิม กลับบ้านก่อนดีกว่า

    ผมทำสัญญาณมือ ขอให้รถคันอื่น ขยับหน้านิด หลังหน่อย พอให้เพื่อนเกลอหมุนพวงมาลัย กระดืบๆ หาจังหวะกลับรถ ไม่ได้พะวงถึงเรื่องอื่น

    เวลานั้น คิดในใจเพียงว่า น้ำทะเลแปลกจัง เผื่อมันท่วมสูงเข้าเครื่องรถแล้วไม่คุ้ม

    ในห้วงสมองไม่มีความรู้เรื่อง "คลื่นยักษ์" หรือภาษาที่เรียกยากๆในตอนนั้นว่า "สึนามิ" แม้กระผีก!!!

    ผมโบกมือหยอยๆ การถอยเพื่อกลับรถก็เป็นไปอย่างยากลำบาก ถนนเพชรเกษมสายหลักเส้นเดียว เป็นถนนแคบเพียง 2 เลน รถวิ่งสวนทางกัน ฝั่งที่มุ่งหน้ากลับทางเดิมนั้น ก็เต็มไปด้วยรถเกะกะไปหมด จากการที่หลายสิบคันข้างหน้าพากันกลับรถไม่เดินหน้าไปต่อ

    ในความทรงจำไม่มีวันลืมเลือนของผม...ช่วงเวลาที่เท้าแช่น้ำตื้นๆแค่ตาตุ่มอยู่บนถนนกินเวลา สักสิบนาทีเท่านั้น...

    พลัน...กำแพงคลื่นยักษ์ก็โผล่ขึ้นมาจากฝั่งทะเล เต็มสองลูกตา คลื่นลูกนี้ทราบภายหลังว่า เป็นคลื่นซ้ำสองที่กระหน่ำใส่ หลังจากการเดินทางของคลื่นลูกแรกที่ไม่รุนแรง ผลักดันน้ำเข้ามาเฉยๆ

    ส่วนลูกนี้ ความสูงของมันเกือบจะเทียมเท่ายอดต้นสนยักษ์ที่ปลูกเรียงรายอยู่ตามชายฝั่ง

    พลังคลื่นโถมผ่านทุกสรรพสิ่ง ขึ้นมาบนถนนที่มีรถจอดติดเครื่องอยู่นับร้อยคันเรียงรายยาวเหยียด

    ผมรีบร้องตะโกนเอามือตบกระบะท้ายรถเหมือนคนบ้า..."เฮ้ย คลื่นยักษ์ ทิ้งรถออกมาเร็ว"!!!

    ไม่ทันการ คลื่นลูกนี้ไม่ปราณีปราศรัยใดๆทั้งสิ้น มันโถมซัดร่างผมล้มกลิ้งคะมำหงาย กระเด็นกระดอนไปตามแรง กระแทกรถหลายคันตึงตัง ดีที่ไม่โดนหัวพุ่งกระแทกน็อคคาที่ตรงนั้น

    ผมไม่รู้ว่าเพื่อนออกมาจากรถทันหรือไม่ เห็นแว่บเดียวว่า รถกระบะคู่ชีพหนักอึ้ง ถูกน้ำหรือพูดตรงๆว่าคลื่นยักษ์ กวาดหลุดจากขอบถนนไปทางด้านป่ายางที่ติดกับเชิงเขา เหมือนของเด็กเล่นโดนมือยักษ์จับเหวี่ยง...

    รถทุกคันที่ติดแหง็กอยู่บนถนนเพชรเกษม ล้วนตกอยู่ในเงื้อมมือเพชฌฆาตเท่าเทียมกันหมด!!!

    ไม่มีสมองคิดถึงชะตากรรมเพื่อน เพราะตัวเองก็คงดับดิ้นสิ้นชื่อ เอาชีวิตมาทิ้งไว้ตรงนึ้แน่แล้ว

    ร่างผมดำดิ่งอยู่ในสายน้ำที่รัดตัวเหนียวเหนอะด้วยทรายและโคลน ผมไม่มึทางดิ้นรน แต่สำนึกสุดท้ายอุตส่าห์เอามือจับหน้าอก

    เหรียญรุ่นแรก "พ่อท่านแหวง" สมบัติล้ำค่าที่สุดที่แม่มอบให้อยู่ตรงนั้น!!!

    "พ่อท่าน ช่วยลูกด้วย" ผมร่ำร้อง กำเหรียญแน่น !!!

    ในสติสัมปชัญญะที่กำลังหรี่ดับ ผมมีความรู้สึกว่า น้ำอีกก้อนหนุนร่างผมลอยขึ้นสูง อาจเป็นคลื่นลูกถัดมา

    ร่างผมลอยชนกับต้นไม้ค่อนข้างแรง เจ็บแปลบไปทั้งตัว แต่ก็ดึงสติที่เคยผ่านการเฉียดตายหลายหนในอาชีพ กลับคืนมา

    ผมกวาดมือไปในสายน้ำเกรี้ยวกราด มือข้างหนึ่งสัมผัสกับกิ่งไม้ขนาดเท่าท่อนแขน เหมือนท่อนไม้ที่ลอยมาให้เกาะยามลอยคอกลางทะเล

    คว้ามันไว้ด้วยพลังสุดท้ายสุดชีวิต เหนี่ยวมืออีกด้านกอดไว้แน่น กลั้นลมหายใจ อย่าให้กลืนน้ำทะเลดำปี๋ เค็มจัด กลิ่นเหม็นคาวขมขื่นที่สุดเข้าปาก หลับตาไม่เผลอให้มันทำลายลูกตา

    กระนั้น ก็ยังเผลองับน้ำทะเลลงท้องไปหลายอึก!

    (((ยังมีต่อ)))
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...